Login
-
 view (235 )     comment (9 )     last update : 16/11/2559 22:13:21
man
ผู้ชายในฝันของเธอ

มีหญิงนางหนึ่งเธอก็สวยขาวพอใช้ได้ตอนเป็นสาวรุ่นเธอตั้งใจปราถนาไว้ อยากได้ผู้ชาย ดีๆสักคนมาเป็นสามีและต้องบริสุทธิ์ไม่เคยร่วมหลับนอนกับหญิงนางไหนมาก่อน เธอถนอมตัวถนอมใจเฝ้ารอและตามหาผู้ชายในฝันของเธอ จนเธออายุย่างเข้าสามสิบห้าปี เธอก็ได้พบกับหนุ่มใหญ่อายุมากกว่าเธอแปดปี ผิวสองสีรูปร่างสูงสันทัดบึกบึนสมชายชาตรีหน้าตาหล่อนิดๆขยันทำงาน ไม่ดื่มไม่สูบไม่เที่ยวนารีไม่เล่นการพนันไม่คลุกคลีกับผู้คน เมื่อเขาทั้งสองพบกันและคบกันฝ่ายหญิงก็รู้ว่าผู้ชายคนนี้เคยมีภรรยามาก่อนแต่เลิกลากันแล้ว แต่เธอก็ตัดสินใจเลือกผู้ชายคนนี้แม้ว่าจะไม่ตรงอย่างที่ฝันไว้ อยู่กินกันไปสักหนึ่งปี เธอรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้เริ่มเบื่อเธอทำแต่งานชอบศึกษาแต่ศาสนาและธรรมะ ไม่ค่อยจะเอาใจเคล้าเคลียเหมือนตอนรักกันใหม่ๆ เธอมักจะงอนให่ฝ่ายชายง๊อบ่อยๆ อยู่กันมาได้สี่ปี ฝ่ายชายจึงหนีเธอไปบวช เธอเสียใจมาก ออกตามหายังไงก็ไม่พบ ทุกวันนี้เธอก็ยังเฝ้ารอและออกตามหาชายคนนั้นแต่ก็ยังไม่พบ

ความคิดเห็น
ผู้แสดงความคิดเห็น

เรื่องราวน่าสนใจดีครับ ผมมองว่าผู้ชายก็รักแหละ แต่อย่างว่า รัก มันก็ความรู้สึกอะนะ มันก็ดับไปเหมือนอย่างอื่น โทษใครไม่ได้ แต่ผู้่ชายก็ควรรำลา บอกกล่าว เคียร์ใจกันก่อน หมดรักก็บอกหมดรัก ถึงมันจะทำร้ายจิตใจ ฝ่ายหญิง แต่อย่างน้อยผมว่าเธอ ยังสามารถมีรักใหม่ได้ถ้าเลิกแบบปกติ ถึงต้องใช้เวลาบ้างก็เถอะ
แสดงความคิดเห็นเมื่อ : 16/11/2559 22:43:54
ผู้แสดงความคิดเห็น

ก็คงบอกนัยๆไปบ้างแหละครับ แต่ฝ่ายหญิงคงไม่ยอม แต่ผมว่าฝ่ายหญิงก็รู้อยู่ว่าเขาไปดีไปในทางแห่งบุญ น่าจะอนุโมทนาไปเลย ได้บุญไม่รู้เท่าไหร่ ยิ่งถ้าฝ่ายชายได้บรรลุธรรมคนที่อนุโมทนายิ่งได้ไปอิกหลายๆเท่า แต่ถ้าไม่ยอมแบบนี้ฝ่ายหญิงบาปหนักเลย ถ้าเกิดปุ๊บปั๊บตายไปตอนกลังเสียใจอย่างนี้จิตเศร้าหมองก็คงต้องลงไปภพภูมิต่ำกว่านรกแน่นอน ส่วนฝ่ายชายถ้าบรรลุธรรมแล้วก็รอดไปเพราะกรรมตามไม่ทันแล้ว
แสดงความคิดเห็นเมื่อ : 16/11/2559 23:01:13
ผู้แสดงความคิดเห็น

แต่ถ้าไม่บรรลุธรรม นี่ก็ต้องจองกรรมจองเวรไปอีกนานเลยนะครับ เพราะตอนก่อนจะบวช ก็ต้องขออโหสิกรรม แล้วตอนท่องบทขอบวช ก็จะมีบทที่ถามหนี้ ว่าเป็นหนี้อยู่ปล่าว พิการรึปล่าว เป็นเดรัจฐานปล่าว แล้วข้อที่ว่าหนี้ ถ้านับหนี้ใจ มันก็อะนะ แล้วการที่หนีมาบวชโดยทิ้งภรรยาไว้ให้ผจญโลกลำพัง ใจมันจะสงบได้ง่ายๆ เรอะครับ ความรู้สึกผิดจะไม่ตามมาหลอนเรอะ ขนาดพระพุทธเจ้าบรรลุแล้วยังต้องกลับไปโปรดเลย แล้วถ้าพระรูปนั้นบรรลุธรรมจริงๆ จะไม่กลับไปโปรดเรอะ จะปล่อยให้อดีตภรรยาที่มีความผิดเดียวคือยึดมั่นในรัก ลงสู่อบายภูมิเรอะ ถ้าบรรลุแล้วไม่กลับไปโปรดผมว่าไม่ใช่ละ อันนี้มุมมองผมนะ ไม่มีผิดมีถูก
แสดงความคิดเห็นเมื่อ : 16/11/2559 23:30:05
ผู้แสดงความคิดเห็น

เท่าทีดูเนี้อเรื่อง ก่อน ที่ชายคนนั้นแกจะหนีไปแกก็ศึกษาธรรมะอยู่นะ แถมแกก็ไม่เกเร ศีลห้าน่าจะโอเค เผลอๆอาจจะศีลแปดด้วย เพราะที่หญิงคนน้ันชอบงอน ฝ่ายชายก็คงจะงดเรื่องอย่างว่า...ถ้าแกไม่บรรลุธรรมขั้นสูง แต่ขั้นแรกโสดาบันน่าจะได้ เมื่อทำกาละแล้ว คติที่ไปน่าจะไม่ต่ำกว่ามนุษย์ เกิดอีกไม่เกินเจ็ดคราว ก็ นิพพานในภพนั้น ที่แกหนีไปอย่างนั้นแสดงว่าอินทรีย์( ศรัสธาพระพุทธ พระธรรม หระสงฆ์...ศีล(ศีลห้าอย่างน้อย).. สุตตะการได้ยินได้ฟังคำสอนที่เป็นพุทธวจน... จาคะ(ให้ทานละความตระหนี่)แบบเสียสละไม่หวังผลในทาน... ปัญญา ..)ของแกน่าจะแกร่งกล้า พอตัว กรรมที่ทำไว้ถ้าตามทันก็คงแค่ชาตินี้ เพราะดูแล้วฝ่ายชายคงละได้แล้วคงจะไม่ผูกเวรต่อไปอิก แต่ถ้าเขาไม่ให้บวชก็อยู่ครองเรือน เป็นอุบาสก ปฎิบัติตามมรรคแปด ไปเรื่อยๆ ได้อริยบุคคลละสังโยชน์สามได้ก็ย้งดี ...แต่ถ้าฝ่ายหญิงรู้ทั้งรู้อยู่เต็มอกว่าเขาไปทางบุญอย่างนี้ อนุโมทนาแล้วปฏิบัติ มรรคแปด ตามคำสอนพระศาสดาเธอก็ข้ามพ้นปถุชนภูมิได้เหมือนกัน...
แสดงความคิดเห็นเมื่อ : 17/11/2559 10:42:41
ผู้แสดงความคิดเห็น

สุดท้ายก็ กรรมใครกรรมมัน แหละครับ ผู้พ้นได้ย่อมเป็นสุข
แสดงความคิดเห็นเมื่อ : 17/11/2559 22:48:33
ผู้แสดงความคิดเห็น

ใช่ ครับ แสดงว่าคุณก็เข้าใจระบบกรรมดีเหมือนกันนะครับ อย่างนีัคุยกันสนุก บางคนไม่เข้าใจเลยคิดว่ากรรมเป็นเรื่องเลวร้ายอย่างเดียว หรือใช้เป็นคำอุทาน....กรรมก็คือภพนั่นเองและภพก็คือที่ตั้งของวิญญาน เมี่อวิญญานเข้ามาตั้งอยู่มันก็กลายมาเป็นอารมณ์ ถ้ากรรมทำมาเป็นกรรมขาวก็ไปเกิดเป็นเทวดาขึ้นไป ถ้าทำกรรมทั้งดำทั้งขาวก็เปนมนุษย์ ถ้ากรรมดำก๊ลงไปเกิดต่ำกว่ามนุษย์ มีเดรฉาน เปรตวืสัย วินิบาตนรกเป็นต้น ถ้าทำกรรมไม่ดำไม่ขาวคือบรรลุมรรคมีองค์แปดก็ไปนิพพาน เป็นอันว่าชาติสื้น พรหมจรรย์จบแล้ว...
แสดงความคิดเห็นเมื่อ : 17/11/2559 23:04:25
ผู้แสดงความคิดเห็น

ดีครับ เป็นธรรมทาน แต่ผมขอเสริมนิดนึง ข้อที่ว่า ทำกรรมไม่ดำไม่ขาว คือบรรลุ มันคลุมเครือนิดนึง ถ้าคนไม่เข้าใจอาจตีความผิดคิดว่าไม่ทำอะไรเลย ช่วงปฏิบัติตามมรรค 8 ยังนับเป็นกรรมดีอยู่ครับ แล้วไม่สร้างกรรมชั่วเพิ่ม แต่เมื่อปฏิบัติตามมรรค 8 โดยสมบูรณ์แล้ว คือมีแต่กรรมดีล้วนๆ และสมบูรณ์แล้ว ค่อยปล่อยวางจากทุกข์สิ่งรวมถึงกรรมดีที่ได้ทำมาด้วย จึงได้ชื่อว่าพ้นกรรม คือบรรลุ ไม่เอาทั้งกรรมดี และกรรมชั่ว ทุกอย่างที่กระทำจึงเป็นเพียงกิริยา เพราะไม่เอาเอาจิตไปจับ แม้พระพุทธองค์ หลังบรรลุแล้วยังเหลือเศษกรรมตอนที่พระเทวทัต กลิ้งหินมาทับ เศษหินกระเด็นใส่นิ้วเท้า ถ้าไม่ต้องรับกรรมอีกเลย เพราะไม่เหลืออะไรแล้วคือ นิพพาน
แสดงความคิดเห็นเมื่อ : 18/11/2559 11:24:10
ผู้แสดงความคิดเห็น

ใช่ครับ คนที่เข้ามาเสพคบจะเข้าใจครับ คนที่ไม่เคยสดับยังไงก็ไม่เข้าใจ คุณเข้าใจและอธิบายถูกต้องแล้วครับ
แสดงความคิดเห็นเมื่อ : 18/11/2559 11:41:06