Login
-
 view (196 )     comment (9 )     last update : 16/12/2560 0:36:00
Pete
ความรักมีอยู่จริงหรือไม่

….เวลาที่เหมาะสม...ฉันเดินกลับไปที่แห่งนั้นอีกครั้ง

 

ผืนทรายสีขาวกว้างใหญ่ยังต้อนบ้านหลังเล็กๆนั้นให้เข้ามุมอยู่ที่ก้นอ่าวเหมือนเดิมราวกับไม่ต้องการให้สิ่งปลูกสร้างขนาดกะทัดรัดนั้นจากไปไหนอีกแล้ว

 

เหมือนบางอย่าง...ความรู้สึกเก่าๆ...เรียกฉันให้เดินลุยเม็ดทรายละเอียดช่วงก่อนอาหารเช้าให้เข้าไปหา

 

นกทะเลร้องโหวกเหวกอยู่ไกลๆ  แสงแรกของตะวันเริ่มส่งรัศมีความสว่างเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ พอๆกับฝีเท้าของฉันที่เร่งเดินไปที่บ้านหลังนั้น

 

บนระเบียง...เก้าอี้โยกตัวเก่ายังตั้งอยู่ใกล้ราวที่ทำจากท่อนไม้เปลือย  ถัดไปเป็นโต๊ะเล็กๆที่ตีขึ้นจากไม้ซีกสีขาวทีตอนนี้สีของมันซีดจางลงไปมากแล้ว ส่วนเก้าอี้ไม้สไตล์เดียวกันก็ยังอยู่ตำแหน่งเดิมเหมือนกำลังรอใครสักคน

 

ฉันค่อยๆลากเก้าอี้ตัวหนึ่งออกมาวางใกล้ราวระเบียง...นั่งลงบนนั้น แล้วจึงปล่อยความคิดลอยไปถึงช่วงเวลาที่ผ่านไปในอดีต

 

..................... นานหลายปีแล้ว

 

ตอนนั้นฉันนั่งเก้าอี้โดยพาดขาไปที่ระเบียงด้วยความรู้สึกที่สบายที่สุด

 

“ทำไมชอบนั่งแบบนี้ฮึ....มันสบายนักเหรอ?”แว่วๆว่าเธอเคยเปรยๆแบบนั้น

 

ฉันรู้ว่าเธอไม่ได้จริงจังนัก ที่รู้ก็เพราะเธอพูดพร้อมยิ้มให้ฉัน ก่อนจะเลิกซ่อนถ้วยกาแฟไว้เบื้องหลังพร้อมกับส่งมาให้ฉันดื่ม

 

“เขียนอะไรคะ?”เธอถามเบาๆตอนที่เห็นฉันหยิบสมุดขึ้นมาเขียนอะไรบางอย่างลงไปในหน้าว่างๆ

 

ไม่มีเสียงตอบจากฉัน แต่ตัวหนังสือบนหน้ากระดาษบอกแทนใจฉันไปทีละบรรทัดๆ

 

เธอไล่สายตาอ่านไปเรื่อยๆ ฉันไม่รู้ว่าเธออ่านไปถึงไหน แต่เธอลากเก้าอี้อีกตัวมาข้างๆ...

 

เธอนั่งลงและซบหน้าลงที่ไหลกว้างของฉัน

 

“อยากให้มันเป็นอย่างนี้เหรอคะ?”เสียงเล็กๆของเธอทำลายความเงียบ

 

เธอรู้ว่าฉันคิดอย่างไรกับเธอ 

 

สักพักเธอก็ปล่อยให้ฉันเขียนอะไรไปเรื่อยๆหลายหน้ากระดาษก่อนที่เธอลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปในห้อง แล้วทุกอย่างก็เงียบลง คงมีเพียงเสียงจากธรรมชาติ ในขณะที่ฉันยังคงวุ่นวายกับการเขียนต่อไป

 

เมื่อฉันรู้สึกเมื่อยเต็มที่จึงหยุดเขียน จากนั้นก็ยกขาจากราวระเบียง แล้วลุกขึ้นก่อนจะเดินไปในห้องและเข้าไปกอดเธออย่างมีความสุข 

 

“จะคิดถึงกันมั้ย?” เสียงเล็กๆดังกรอกหูขณะที่ฉันกำลังใกล้จะเคลิ้มหลับ

 

ฉันไม่ตอบ แต่คิดว่าจะบอกความจริงทุกอย่างให้เธอรู้ตอนที่ฉันได้หลับเต็มอิ่มแล้ว....ตอนนั้นฉันคงได้กินอาหารเช้า ต่อด้วยกาแฟถ้วยโปรดสักถ้วย และ กระซิบคำหวานบอกเธออย่างที่คิด 

 

ฉันคิดว่าเธอจะดีใจเพียงไหนที่เรามาไกลถึงเพียงนี้  ฉันหมายถึงความสัมพันธ์ที่อบอุ่น หวามไหว และอยากเคลียคลอ

 

..........นานแค่ไหนที่ฉันหลับไป………

 

เมื่อตื่นขึ้นมา.....ฉันคิดว่าเธอเล่นซ่อนแอบ ฉันหาเธอรอบบ้านหลังเล็กๆนั้น ไม่เว้นแม้แต่หลังต้นไม้ต้นใหญ่ที่เราเคยสลักถ้อยคำร่วมกันไว้หลายตำแหน่ง ฉันไปที่โขดหินริมทะเลเพื่อดูให้แน่ใจว่าเธออาจจะอยู่แถวนั้น สิ่งที่ฉันพบคือความว่างเปล่า

 

ฉันเดินหมดเรี่ยวแรงกลับมาที่ระเบียงบ้าน...สมุดบันทึกที่มีก้อนหินทะเลกลมๆมนๆขนาดกำปั้นทับอยู่นั้นเหมือนเป็นแลนด์มาร์กอะไรสักอย่างที่เธอต้องการจะบอกอะไรกับฉัน

 

มือที่สั่นเทาของฉันค่อยๆหยิบหินออกจากหน้าปกสมุด...ฉันพลิกหน้ากระดาษทีละหน้าๆ ในใจคิดว่าขออย่าให้เป็นอย่างที่ฉันคิดเลย

 

ท้ายที่สุด...บันทึกหน้าสุดท้ายมีลายมือของเธอ...

 

“คุณคิดว่าความรักมีอยู่จริงๆหรือคะ?” เธอเขียนไว้แบบนั้น

 

ความรักของเธอกับฉันคงคล้ายเรื่องนิยายน้ำเน่ายุคโบราณ...ครอบครัวเธอกีดกันเธอไม่ต้องการให้เธอคบกับฉัน เขาเตือนเราหลายครั้งแล้ว และนี่คงเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอหนีมาหาฉัน และคงเป็นครั้งที่จบเรื่องของเราลงเสียที …ฉันเดาว่าเขาคงมาเอาตัวเธอกลับไปแล้ว และคงพาไปไกลแสนไกล

 

จากวันนั้น ฉันไม่ได้ข่าวของเธออีกเลย...

 

ชีวิตของหนุ่มชาวกรุงกับลูกสาวคนรวยหัวเมืองใหญ่ชายทะเลมันจบได้แบบไม่ต้องมีไดอะล็อกใดๆมาปิดท้ายจริงๆ

 

หลายปีผ่านไป...ฉันกลับมาที่ๆเคยเป็นซากรักเก่าของเราอีกครั้ง....แทบทุกอย่างยังอยู่อย่างเดิม เพียงแต่ดูเก่าและโทรมลงไปบ้าง...

 

ฉันคิดถึงคำพูดของเธอที่ว่า “คุณคิดว่าความรักมีอยู่จริงๆหรือคะ?”

 

ไม่ว่าวันนี้เธอจะอยู่ที่ไหน ฉันอยากบอกเธอในสิ่งที่ฉันบอก...แต่ ฉันไม่มีสุ้มเสียงใดๆลอดออกมาจากลำคอได้อีกแล้ว มือข้างที่เขียนหนังสือได้ก็พังพินาศไปสิ้นนับแต่วันที่เธอจากไป

 

เธอคงไม่รู้หรอกว่า ฉันดื่มอย่างบ้าคลั่งหลายวันหลายคืน ก่อนจะขับรถเร็วราวพายุด้วยอารมณ์ที่ควบคุมไม่ได้ และท้ายที่สุดฉันไปได้สติที่โรงพยาบาลอีกหลายวันให้หลัง

 

ถ้าเธอไม่รังเกียจชายพิการที่พยายามจะส่งเสียงอ้อแอ้จากลำคอ และไม่รำคาญตาจากชายที่ไม่อาจเขียนอะไรได้อีกแล้วในสมุดบันทึกหรือกระดาษใดๆที่พอจะหาได้  ฉันอยากตอบคำถามที่เธอเขียนถามเอาไว้ในกระดาษเหลือเกิน

 

แต่วันนี้...ความรักมันคงอยู่แค่ในใจของฉันเท่านั้น...

 

อย่าคิดว่าความรักไม่มีอยู่จริงๆ....

 

Pete@Copyright

ความคิดเห็น
ผู้แสดงความคิดเห็น

ความรักมีจริงหรือไม่ มาถึงวันนี้ผมชักไม่แน่ใจ
ถ้าเขารักเราเขาคงไม่ทิ้งเราไป(มั้ง)
พี่สาวผมชอบอ่านมากเลยนิยายรัก อ่านแล้วทอดสายตาทำหน้านางเอก (เห็นแล้วหมั่นไส้)
แสดงความคิดเห็นเมื่อ : 18/12/2560 9:43:10
ผู้แสดงความคิดเห็น

ที่เจอกับตัวเองไม่เห็นมีจริงซักรายค่ะ ยิ่ง ผช ในเวปนี้ยิ่งน่ากลัวหนักเลยค่ะ เจอแต่คนหลอกลวงทั้งนั้นค่ะ ไม่ได้ว่าคุณพีทนะค่ะ
แสดงความคิดเห็นเมื่อ : 18/12/2560 10:29:07
ผู้แสดงความคิดเห็น

To Kom aka Pong,

ความรักมีจริงหรือไม่ก็ไม่เป็นไรครับ

สำคัญว่า คุณพงษ์ ยังมี “รัก” อยู่หรือเปล่า

การที่คุณพงษ์มีรักให้กับตัวเองและผู้คนรอบด้านจะเป็น “แม่เหล็กดึงดูดความรัก” ให้เข้าหาคุณพงษ์อีกครั้งตามหลัก “สิ่งที่เหมือนกันย่อมดึงดูดกัน” (Law Of Attraction) ครับ

ผมเชื่อว่าการที่คุณพงษ์มีรักให้กับคนอื่นๆโดยที่เขาจะรู้หรือไม่รู้ก็ตาม คุณพงษ์เริ่มเป็นผู้ให้สิ่งดีกับผู้คนแล้ว และท้ายที่สุดสิ่งที่ได้ตอบแทนกลับมาก็จะเป็นรักที่เหมาะสมอย่างที่รอคอย

“รักคือการให้” เคยได้ยินหรือคุ้นๆมั้ยครับ

ให้ก่อนแล้วคุณพงษ์จะได้นะครับ วันนี้รักตัวเองเยอะๆ รักคนรอบข้างมากๆ แล้วสิ่งที่ได้จะคุ้มค่ากับการให้ไปเสมอ
แสดงความคิดเห็นเมื่อ : 18/12/2560 13:29:18
ผู้แสดงความคิดเห็น

To Mam,

คุณแหม่มมีจุดแข็งที่น่าสนใจครับ นั่นคือ เป็นคนขยัน ใจเด็ด ทำการค้าอย่างมุ่งมั่น และนิสัยนี้แสดงออกทางด้านความรักด้วย เมื่อเป็นแบบนั้น คุณแหม่มควรมองคนที่คล้ายๆกันครับ นั่นคือ มีนิสัยมุ่งมั่นคล้ายๆกัน และจะว่าไปแล้วผมว่าคุณแหม่มมีเป้าหมายชัดเจนในทุกเรื่อง ดังนั้นจึงรับไม่ได้กับเรื่องเหยาะแหยะ

คนที่เข้ามาในชีวิต(คนในเว็บนี้หรือที่ไหนๆก็ตาม) หากไม่มีนิสัยสอดคล้องกับคุณแหม่มก็คาดว่าจะคุยกับยากเหมือนกัน แต่ผมเชื่อเสมอว่าคุณแหม่มมุ่งมั่น ขยัน และเอาจริงเอาจังกับชีวิต ในท้ายที่สุดคุณแหม่มก็จะเจอกับคนที่คิดเหมือนๆกันจนได้ครับ

คงต้องคิดว่า เว็บนี้เป็นแค่ทางเลือกอีกทางเท่านั้น ในขณะที่ชีวิตจริงๆต้องพบปะผู้คนมากมาย ย่อมจะมีโอกาสได้พูดคุยสื่อสารกันดีกว่าคนในเว็บด้วยซ้ำเพราะได้แลกเปลียนเรื่องราวกันชัดเจนกว่า

เว็บนี้คงได้แค่ การแสดงความคิดหรือการสื่อสารบางระดับครับ (ความคิดผ่านตัวอักษร ซึ่งคุณแหม่มคงประเมินได้บ้างจากจุดนี้แต่ไม่ทั้งหมด)

ขอบคุณนะครับที่แยกผมออกจาก “คนหลอกลวง”...ในเว็บนี้...จริงๆแล้วก็อย่าเชื่อผมมากนัก ให้เชื่อตัวเองดีที่สุด แล้วตัดสินใจให้ได้ครับ... (พระพุทธเจ้าบอกไว้ในหลักกาลามสูตรว่า อย่าเชื่อเพราะตามกันมา อย่าเชื่อเพราะเป็นศาสดา อย่าเชื่อเพราะเหมือนกับที่เราเชื่อ อย่าเชื่อเพราะเป็นครูบาอาจารย์ และ...อย่าเชื่อเพราะคิดแบบเดียวกัน)

ใจเย็นนะครับ...ตอนนี้ทำธุรกิจไปก่อน พอถึงเวลาแล้วเนื้อคู่จะตามมาเอง
แสดงความคิดเห็นเมื่อ : 18/12/2560 13:40:10
ผู้แสดงความคิดเห็น

To Aiw,

ขอบคุณครับ

"คิดว่าความรักมีอยู่จริงๆหรือเปล่าครับ?"
แสดงความคิดเห็นเมื่อ : 16/12/2560 12:33:18
ผู้แสดงความคิดเห็น

ถ้าสมัยเด็กๆคงเรียกว่า ความรัก หรือ ความหลง

ความผูกพัน และการใส่ใจกันและกัน จะทำให้เราเดินไปด้วยกันได้

อยากมีคนข้างตัว ยามว่างขับรถไปกางเต๊นท์นอนกัน สองคน

ก่อกองไฟเล็กๆ ตั้งหม้อซุปอุ่นๆจิบแก้หนาวกัน

ฝัน ฝัน ไปเรื่อยๆ 55
แสดงความคิดเห็นเมื่อ : 16/12/2560 14:45:58
ผู้แสดงความคิดเห็น

To Ant

ความรู้สึกว่ารักนั้น จะถูกตั้งชื่อว่าอะไรก็ตาม ปล่อยให้ใครๆเขาให้นิยามไปเถอะครับ

ไม่ว่าความรู้สึกแบบนั้นจะถูก “ตีตรา”ว่าชื่ออะไรสารพัดก็ตาม ความรู้สึกดังกล่าวจะอยู่ในใจผู้คนเสมอโดยไม่จำเป็นต้องระบุ อายุ เพศ สถานะ หรือแม้แต่ฐานันดร

ลมหนาว – ป่าดิบ – ทางเกวียน – โฟร์วีล หรือเต็นท์นอน ไม่เคยถูกจำกัดว่าผู้ใช้มันต้องเป็นคนหนุ่มสาว หรือ ใครทั้งนั้น...

ถ้า คน – โอกาส – สถานที่ – ความเหมาะสม มันต้องกันเมื่อไหร่...ก็ต้องบอกว่าเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นเสมอครับ

ความรู้สึกและหัวใจเรียกร้องก็...ไต่ตัวโน้ตตามเสียงหัวใจได้เลย
แสดงความคิดเห็นเมื่อ : 16/12/2560 23:41:14